postheadericon สพป.ศก.3 อบรมครูปฐมวัย “โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” รุ่นที่ 3

 บรรยากาศอบรมครูปฐมวัย  สพป.ศก.3  "โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย"  รุ่นที่ 3

ระหว่างวันที่  13 - 14  มิถุนายน 2556

       

         

        

        

 

 

postheadericon ศูนย์พัฒนาวิชาการปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล

 

          การศึกษาแบบมอนเตสซอรี่ คิดค้นขึ้นโดย พญ.มาเรีย มอนเตสซอรี่ ชาวอิตาเลี่ยน โดยเริ่มแรกนั้นพญ.มาเรีย  มอนเตสซอรี่  ได้ออกแบบและคิดค้นวิธีการและสื่อการเรียนเพื่อช่วยเด็กที่มีความผิดปกติทางร่างกายและสมอง รวมทั้งเด็กที่มีความต้องการพิเศษอื่นๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่คิดว่าไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้แล้วให้กลับมาเรียนรู้จนสามารถสอบผ่านได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป จากนั้นจึงนำวิธีการนี้มาใช้กับเด็กปกติ ซึ่งได้ผลดีอย่างมากเช่นกัน
                      มอนเตสซอรี่เชื่อว่า การที่จะช่วยให้มนุษย์มีความสุขทั้งกายและใจ อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข มีความเมตตากรุณาต่อกันนั้น จำเป็นต้องเริ่มต้นที่การศึกษา ดังนั้นจุดหมายสูงสุดของการศึกษามอนเตสซอรี่คือ

 

 

การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของมนุษย์ทุกคนบนโลกหรือสันติภาพของโลกนั่นเอง
                     นับถึงปัจจุบันการศึกษามอนเตสซอรี่มีอายุถึง  100 ปีแล้ว โรงเรียนที่ใช้การศึกษาแบบมอนเตสซอรี่นั้นมีแพร่หลายอยู่ทั่วโลก ทั้งนี้เพราะมอนเตสซอรี่เป็นการศึกษาที่ใช้หลักการและวิธีการเชิงวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เด็กได้มีพัฒนาการอย่างเต็มศักยภาพอย่างแท้จริง และในปัจจุบันนี้ยังได้มีผลงานวิจัยด้านการเรียนรู้ต่างๆ ที่เป็นหลักฐานสนับสนุนมอนเตสซอรี่ได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน

 

 

 

หลักการและแนวคิดที่ใช้ในการจัดการศึกษามอนเตสซอรี่

 

 

 

                 ด้วยการศึกษามอนเตสซอรี่เป็นการศึกษาที่มีแนวคิดและหลักการอยู่บนพื้นฐานของการเคารพในความเป็นเด็ก ซึ่งมอนเตสซอรี่เชื่อว่า เด็ก นั้นมีความแตกต่าง เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก แต่เป็นวัยหนึ่งของมนุษย์ที่แตกต่างจากวัยอื่นๆ  ดังนั้นในการเลี้ยงดู รวมถึงการให้การศึกษาแก่เด็กนั้นจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในพัฒนาการเด็กอย่างแท้จริง

 

๑. พัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย
 
มอนเตสซอรี่จัดการศึกษาจากความเข้าใจในพัฒนาการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัยของเด็ก เพื่อให้เด็กได้เจริญเติบโตและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

          *  พัฒนาการเด็กวัย 0-6 ปี เป็นวัยที่เกิดการเรียนรูแบบไม่รู้ตัว โดยจิตไร้สำนึกที่มีความสามารถในการซึมซับ

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างในสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า (Absorbent Mind) ยกตัวอย่างเช่น การเรียนภาษาพูด ที่เด็กทารกเริ่มจากการได้ยินเสียงพูดตั้งแต่แรกเกิด และในขณะเดียวกันก็มีการพัฒนากล้ามเนื้อที่ช่วยในการพูดเป็นลำดับ จนสามารถเริ่มออกเสียงได้ จากเสียงสั้นๆ ไม่มีความหมาย จนเป็นคำสั้นๆ ที่มีความหมาย และเป็นประโยคในที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่มีการพัฒนาระบบกล้ามเนื้อและการรับรู้ของประสาทสัมผัส เป็นวัยที่อยากรู้จักทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว มักมีคำถามว่า

 

“นี่อะไร”

 

พัฒนาการเด็กวัย 6-12 ปี เป็นวัยที่เริ่มมีเหตุผล มีจินตนาการ เข้าใจสัญลักษณ์ที่เป็นนามธรรม ต้องการเข้า

 

สังคม เรียนรู้และยอมรับในกฎกติกา รวมถึงศีลธรรมอันดี เป็นวัยที่ต้องการรู้ถึงสาเหตุของความเป็นไปของสิ่งต่างๆ จึงมักจะถามคำถามว่า “ทำไม” เป็นส่วนใหญ่

  สิ่งแวดล้อม  โดยการจัดสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน ให้เหมาะสมกับพัฒนาการและความสนใจอยากรู้ของเด็ก ห้องเรียนและสื่อถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม สื่อการเรียนการสอนถูกออกแบบให้เริ่มเรียนอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้ก่อน และจึงค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเรียนรู้เชิงสัญลักษณ์ (นามธรรม) ตามลำดับ และเรียงลำดับจากง่ายไปซับซ้อนและท้าทายขึ้น

 

       

   

  ๓.อิสรภาพภายในขอบเขต มอนเตสซอรี่เชื่อว่าการที่เด็กสามารถพัฒนาจนมีความเป็นตัวของตัวเอง (Independence) ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นได้นั้น จะทำให้เขาเห็นถึงคุณค่าของตนเอง มีความภาคภูมิใจในตนเอง สามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับตนเองและสังคมได้  การจะให้เด็กได้ความเป็นตัวของตัวเองนี้ จำเป็นจะต้องให้อิสรภาพกับเด็ก ทั้งอิสระในการเคลื่อนไหว อิสระในการเลือกสิ่งที่จะทำ อิสระในการคิด ในการพูด ทั้งนี้อิสรภาพนี้จะต้องอยู่ภายในกรอบอันเหมาะสม เป็นอิสระที่มาคู่กับความรับผิดชอบ ไม่ใช่อิสระในการกระทำหรือแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การทำลายสิ่งของ การรบกวนหรือทำร้ายผู้อื่น

            

             

4. การเคลื่อนไหว มอนเตสซอรี่เชื่อว่าการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะ “มือ” จะทำให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ในงานวิจัยด้านการเรียนรู้ของสมองในปัจจุบัน ได้สรุปแล้วว่าการเคลื่อนไหวที่มีจุดมุ่งหมาย โดยเฉพาะการใช้มือนั้น สามารถเพิ่มข่ายใยในสมอง ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ได้ จากแนวคิดนี้การเรียนรู้ผ่านการทำงานของมือ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษามอนเตสซอรี่

 5. เรียนรู้อย่างมีความหมาย  เด็กจะได้เรียนรู้วิชาการต่างๆ แบบบูรณาการ เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกันของศาสตร์ต่างๆ และให้เข้าใจว่าศาสตร์ต่างๆ เหล่านั้น แท้จริงแล้วคือทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์นั่นเอง เช่นเรียนภาษาเพราะภาษาใช้ในการสื่อสาร เรียนวิทยาศาสตร์เพื่อให้เข้าใจในธรรมชาติที่เราอยู่  เรียนภูมิศาสตร์เพื่อให้เข้าใจลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับลักษณะนั้นๆ  เรียนประวัติศาสตร์ เพื่อให้รู้ถึงที่มาของผู้คนและสิ่งต่างๆ 

 


 

      6.เรียนรู้แบบร่วมมือกัน   มอนเตสซอรี่เชื่อว่ามนุษย์เริ่มมีความสนใจและพัฒนาทักษะด้านสังคมของตนเองได้ตั้งแต่เด็ก  การจัดห้องเรียนและสิ่งแวดล้อมให้เด็กได้อยู่ร่วมกันคละวัยแบบมอนเตสซอรี่ เป็นการเลียนแบบสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงที่อยู่ท่ามกลางผู้คนที่ต่างวัยกัน ซึ่งมอนเตสซอรี่สังเกตเห็นว่าโดยธรรมชาติแล้วเด็กชอบช่วยเหลือกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีความเข้าอกเข้าใจคนอื่นอยู่แล้ว นอกจากนี้การช่วยเหลือกันสามารถเกิดการเรียนรู้ร่วมกันได้ เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และการที่ได้เรียนรู้จากคนในวัยใกล้เคียงกันจะเกิดการเรียนรู้ที่ดีกว่า

 

 

 

 

 

postheadericon สวัสดี ชาวโลก !

ยินดีด้วย คุณมีบล๊อคแล้ว นี่คือข้อความแรกที่คุณมี คุณสามารถแก้ไข หรือลบข้อความนี้ได้

 

กิจกรรม
กันยายน 2017
S M T W T F S
« Jun    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930